วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การเลือกตั้ง

      การเลือกตั้ง (อังกฤษ: election) เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย แบบทางอ้อม (indirect democracy) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนของตนเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ   โดยส่วนใหญ่จะหมายถึง ตำแหน่งทางการเมือง
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เป็นการเลือกตั้ง  ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ตามความใน พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554   ซึ่งให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร  เสียตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2554 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 500 คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 375 คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน การ ส.ส. แบบแบ่งเขตในครั้งนี้  มีรูปแบบการลงคะแนนเป็นแบบ "เขตเดียวเบอร์เดียว" หรือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง สามารถเลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว  ขณะที่การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี พ.ศ. 2550 นั้นเป็นแบบ "เขตเดียวสามเบอร์" หรือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง สามารถเลือกผู้สมัครได้จำนวน 1-3 คน ตามขนาดของการแบ่งเขตพื้นที (http://th.wikipedia.org/wiki)

ความรู้เรื่องประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย (อังกฤษ: democracy) คือ ระบอบการปกครองของรัฐ ซึ่งบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนโดยตรงหรือผ่านผู้แทนที่ตนเลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ หรืออาจถือตามคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น ที่ว่า ประชาธิปไตยเป็น การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน นับเป็นรูปแบบการปกครองที่เกิดขึ้น ณ นครรัฐกรีกโบราณในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน          กรุงเอเธนส์  ภายหลังการก่อจลาจลเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล
ในทฤษฎีทางการเมือง คำว่า "ประชาธิปไตย" สามารถหมายถึงทั้งระบอบการปกครองและปรัชญาการเมือง ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ ประชาธิปไตยจะยังไม่มีการนิยามที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันก็ตาม          แต่ก็ได้ปรากฏให้เห็นหลักการสองหลักการที่ให้การนิยามคำว่า "ประชาธิปไตย" แล้ว คือ ความเสมอภาคและอิสรภาพ หลักการดังกล่าวถูกสะท้อนให้เห็นผ่านทางความเสมอภาคทางกฎหมายของพลเมืองทุกคน และมีสิทธิเข้าถึงอำนาจโดยเท่าเทียมกัน  ส่วนอิสรภาพได้มาจากสิทธิและเสรีภาพตามที่กฎหมายบัญญัติ               ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองเสมอกันโดยรัฐธรรมนูญ   ถึงแม้ว่าระบอบประชาธิปไตยจะมีจุดเริ่มต้นจากกรีซโบราณก็ตาม ทว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้มีวิวัฒนาการสำคัญ ๆ ในวัฒนธรรมต่างชาติ อาทิ  ในอินเดียโบราณ สาธารณรัฐโรมันทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้มาจนถึงปัจจุบัน
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยมักจะได้รับการพิจารณาโดยคนส่วนใหญ่ว่าเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการมอบสิทธิและเสรีภาพให้กับประชาชนได้มากกว่าการปกครองในระบอบอื่น ทำให้ระบอบประชาธิปไตยได้ชื่อว่าเป็น "การปกครองระบอบสุดท้าย" และได้แผ่ขยายไปทั่วโลก พร้อม ๆ กับมโนทัศน์เรื่อง การออกเสียงเลือกตั้ง  (อังกฤษ: suffrage) อย่างไรก็ดี แม้การดำเนินการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแม้จะได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน แต่ก็ต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการอันเกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างเช่น ข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดน การอพยพเข้าเมือง และการกีดกันกลุ่มประชากรบางชาติพันธุ์ เป็นต้น
องค์การสหประชาชาติได้ประกาศกำหนดให้วันที่ 15 กันยายน ของทุกปี เป็นวันประชาธิปไตยสากล

สองมือแม่

  สองมือใด ไหนจะเท่า สองมือแม่
มอบรักแท้ แข็งแกร่งสุด ดุจแผ่นผา
เฝ้าถนอม มอบรัก ปักอุรา
นี่แหละหนา คือรักแท้ ของแม่เอย 
    

แม่นั้นมี เมตตา มาแต่เกิด
แม่เป็นเลิศ ล้ำวิชา มาประสาน
น้ำใดใด ใต้ฟ้า สุธาธาร
ไม่เปรียบปาน น้ำใจแม่ แน่นอนเอย 
  

   จะถามว่า รักใคร เท่าแผ่นฟ้า
จะตอบว่า รักแม่ เสมอเหมือน
เพราะแม่นั้น คอยหวง ห่วงและเตือน
เพื่อให้ลูก สุดที่รัก นั้นได้ดี 
     

    จะเอาดาว เอาเดือน มาโยงร้อย
ทำสายสร้อย เอาไว้คล้อง ดวงใจแม่
คล้องเอาไว้ ตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปร
เพราะรักแม่ มากเกิน จะบรรยาย.... 
 

   จะมีใคร  รักเรา  เท่าผืนฟ้า
จะมีใคร คอยห่วงหา  ยามเราเหงา
จะมีใคร  บ้างไหม จริงใจกับเรา
จะมีใคร ไหนเล่า...เท่าแม่เอย  

กลอนแม่ลูก

ยามลูกสุข แม่สุข ไม่ทุกข์ท้อ
พร้อมสู้ต่อ โอบอุ้มเจ้า เฝ้าส่งเสีย
ยามแม่เหนื่อย มีลูกน้อย เคล้าคลอเคลีย
หายเหนื่อยเพลีย ด้วยรักลูก โดยผูกพัน

ยามเจ็บไข้ เจ้างอแง แม่เจ็บกว่า
แทบใบ้บ้า ทุกข์ร้อน สุดผ่อนผัน
สองมืออุ้ม ทะนุถนอม ดั่งชีวัน
หาหยูกยา มาแบ่งปัน ช่วยบรรเทา

ลูกรู้ไหม ดวงใจแม่ มีแต่ให้
คล้องสายใย เฝ้าดูแล แม้เหน็บหนาว
สองมือกอด ตระกอง อย่างแผ่วเบา
เพื่อให้เจ้า อบอุ่น อย่างคุ้นเคย

สองมือป้อน ความห่วงใย ไม่มีเปลี่ยน
สอนลูกเขียน ท่องจำ ใช่เมินเฉย
ครูคนแรก ในดวงใจ ใช่ใครเลย
รู้ไหมเอ่ย แน่แท้  แม่ฉันเอง

ความสุขหรือความทุกข์ของชีวิต


ความสุขหรือความทุกข์ของชีวิต
บางครั้งเหมือนการมองผ่านกระจก

หากกระจกใสสะอาด . . .เมื่อมองสิ่งใดย่อมมีแต่ความสุข
ปราศจากความขุ่นมัว . . หากกระจกขุ่นมัว

เมื่อมองสิ่งใด  .  แม้เป็นสิ่งเดียวกัน
 . . ก็มีแต่ความทุกข์ใจ
จงจำไว้ว่า . . . ความสุขอยู่ไม่ไกล

เพียงเช็ดกระจกให้ใส   เช็ดใจให้สะอาดเท่านั้นเอง
คนที่มีความสุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด
 แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด . . .

ยิ่งมีความต้องการน้อยลง
สมบัติที่มีอยู่เดิม . . . ก็ดูเหมือนมีมากขึ้น . .
.
อดทนได้ . . . จงอดทน
อดใจได้ . . . จงอดใจ
. . . ไม่อดทน ไม่อดใจ . . . เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่
ไม่สำคัญว่า . . . มีทรัพย์มากหรือน้อย
แต่สิ่งสำคัญ คือ . . . ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก . . .
. . . ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด . . .

คนจนยิ่งจน . . . เพราะทำรวย . . .
คนรวยยิ่งรวย . . . เพราะทำจน . . .

. . . ทำตัวให้เป็นปกติ . . . ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น . . .
. . . ชีวิตก็จะเป็นปกติ . . .
ทุกข์อยู่ที่ใจ . .  ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน . . .
สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันจะเก็บมันไว้ทุกวัน . . .

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนพอใจในสิ่งที่มี

แม้มิได้เป็นดอกกุหลาบหอม     ก็จงยอมเป็นเพียงลดาขาว
แม้มิได้เป็นจันทร์อันสกาว       จงเป็นดาวดวงแจ่มแอร่มตา
แม้มิได้เป็นหงส์ทนงศักดิ์         ก็จงรักเป็นโนรีที่หรรษา
แม้มิได้เป็นน้ำแม่คงคา             ก็จงเป็นธาราใสที่ไหลเย็น
แม้มิได้เป็นมหาหิมาลัย            จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น
แม้มิได้เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ  ก็จงเป็นวันแรมอันแจ่มจาง
แม้มิได้เป็นต้นสนระหง           จงเป็นพงอ้อสะบัดไม่ขัดขวาง
แม้มิได้เป็นนุชสุดสะอาง         จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดี
อันจะเป็นอะไรนั้นไม่แปลก    ย่อมผิดแผกดีงามตามวิถี
ประกอบกิจบำเพ็ญให้เด่นดี     สมกับที่ตนเป็นเช่นนั้นเทอญ

ที่มา dharma.school.net.th/cgi-bin/kratoo.pl/008166.htm

เงินไม่สำคัญเสมอไป

 เงินซื้อเตียงนอนได้                     แต่ซื้อการหลับเป็นสุขไม่ได้
เงินซื้อกระดาษปากกาได้            แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้

 เงินซื้ออาหารดีๆได้                    แต่ซื้อความอยากรับประทานไม่ได้
เงินซื้อความประจบสอพลอได้  แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้

 เงินซื้อการตามใจได้                    แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้
เงินซื้อเพชรนิลจินดาได้             แต่ซื้อความงามไม่ได้

 เงินซื้อความสนุกชั่วครู่ได้          แต่ซื้อความสุขไม่ได้
เงินซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้      แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้

 เงินซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้           แต่ซื้อปัญญาไม่ได้
เงินซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้          แต่ ซื้อสันติสุขไม่ได้

 เงินซื้อเมียที่สวยได้                     แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้

เงินจะสำคัญ  เมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น 


                                               ( จาก  พระราชสุทธิญาณมงคล)